วันเสาร์, 17 มกราคม 2569

กรมการแพทย์จับมือ มอ. ดัน CAR-T Cell-ATMP รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง เปิดทางคนไทยเข้าถึงการแพทย์ขั้นสูง

23 ธ.ค. 2025
22

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ในฐานะกรมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านการรักษาฟื้นฟูโรคทางกายของประเทศ จะเริ่มต้นทำโครงการการใช้ผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการรักษาขั้นสูง (ATMP) โดยการคัดกรอง และการส่งต่อผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจากสถานพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ที่มีความพร้อม เพื่อส่งต่อเข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยี CAR-T Cell ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เฉพาะในช่วงแรก

พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณในส่วนค่าใช้จ่ายการผลิต CAR-T Cell และค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินสิทธิของผู้ป่วย รวมถึงร่วมพัฒนาฐานข้อมูลทางคลินิก (Clinical Database) และส่งบุคลากรเข้าร่วมศึกษาดูงาน เพื่อรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง และนำไปขยายผลในหน่วยงานของกรมการแพทย์ภายใน 1 ปี และหลังจากที่กรมการแพทย์มีความพร้อมและบุคลากรมีองค์ความรู้จากการศึกษาในโครงการดังกล่าว กรมการแพทย์จะทำการรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวในโรงพยาบาลและสถาบันของกรมต่อไป

ทั้งนี้ หน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ที่ร่วมดำเนินโครงการ ได้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการร่มใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งยกระดับระบบการแพทย์ไทยสู่มาตรฐานสากล และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยไทยสามารถเข้าถึงการรักษาขั้นสูงได้อย่างเหมาะสม

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.กิตติพงศ์ เรียบร้อย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและการวิจัย โดยดำเนินการผลิตและควบคุมคุณภาพ CAR-T Cell และผลิตภัณฑ์ยา ATMP ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งร่วมกับกรมการแพทย์ในการให้การรักษาและติดตามผลผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อจากกรมการแพทย์อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงสาธารณะและเชิงพาณิชย์ อันจะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัย และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน