วันอังคาร, 24 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวดีชาวสวนปาล์ม! นักวิจัย ม.วลัยลักษณ์ เปลี่ยนทะลายปาล์มเหลือทิ้ง สู่สารชีวเคมีมูลค่าหลักล้าน

23 ก.พ. 2026
21

นักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เจ๋ง! โชว์นวัตกรรมแปลง”ทะลายปาล์มเหลือทิ้ง”หลักสตางค์ สู่ “กรดลิวูลินิก” สารตั้งต้นชีวเคมีมูลค่าหลักล้าน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยา อาหาร พลังงานสะอาดและสารกำจัดศัตรูพืช ลดนำเข้า 100% บพข.ร่วมหนุน พร้อมเดินเครื่องโรงงานต้นแบบปลาย มี.ค.’69 นี้

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ผศ.ดร.ลิตวดี เจือบุญ และ รศ.ดร.วิชิตพันธุ์ รองวงศ์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมเปลี่ยน “ทะลายปาล์มน้ำมันเปล่า” ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรซึ่งมีราคาเพียง 10 สตางค์ต่อกิโลกรัม ให้กลายเป็น”กรดลิวูลินิก” (Levulinic Acid) สารตั้งต้นทางชีวเคมีที่มีมูลค่าสูงระดับหลักล้านบาท มุ่งตอบโจทย์อุตสาหกรรมยา อาหาร พลังงานและการเกษตรอินทรีย์ พร้อมเตรียมเดินเครื่องโรงงานต้นแบบ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 นี้

ผศ.ดร.ลิตวดี เจือบุญ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีทะลายปาล์มเปล่าเหลือทิ้งในระบบกว่า 8,000 ตันต่อปี ซึ่งมีราคาตกต่ำเพียงกิโลกรัมละ 0.1 บาท อีกทั้งการกำจัดด้วยวิธีการเผายังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ขัดแย้งกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ Net Zero ของประเทศ ทีมวิจัยจึงได้ประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ หมุนเวียน และสีเขียว BCG Model พัฒนา ‘เครื่องปฏิกรณ์แบบพิเศษ’ ร่วมกับกระบวนการสกัดสารเคมีแบบ 2 ขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถเปลี่ยนทะลายปาล์มเปล่า 6.7 กิโลกรัม ให้เป็นกรดลิวูลินิกมูลค่าสูงได้ถึง 1 กิโลกรัม (คิดเป็น 15%)

“กรดลิวูลินิกมีความต้องการในตลาดโลกสูงมาก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายระดับ ตั้งแต่เกรดพลังงานไปจนถึงเกรดบริสุทธิ์สูงสำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหาร ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังต้องนำเข้าสารเคมีกลุ่มนี้ 100% นอกจากนี้ นวัตกรรมดังกล่าวยังสามารถนำไปต่อยอดสังเคราะห์เป็นสาร 5-Aminolevulinic Acid เพื่อใช้เป็นสารกำจัดศัตรูพืชอินทรีย์ ทดแทนการใช้สารเคมีอันตรายอย่าง ‘ไกลโฟเซต’ (ยาฆ่าหญ้า) โดยมีความปลอดภัยต่อมนุษย์ ไร้สารตกค้าง และสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ” ผศ.ดร.ลิตวดี กล่าว

นอกจากกรดลิวูลินิกแล้ว กระบวนการสกัดนี้ยังเป็นรูปแบบ Zero Waste หรือไร้ของเสียตกค้าง โดยสามารถสกัดสารพลอยได้อื่นๆ ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เช่น ลิกนิน (Lignin), กรดฟอร์มิก (Formic Acid) และ เฟอร์ฟูรัล (Furfural) เพื่อจำหน่ายเป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมเคมีได้ทั้งหมด

“นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศ แต่ยังเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างราคาปาล์มน้ำมันของไทย เมื่อภาคเอกชนสามารถนำของเสียไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล ก็จะส่งผลดีกลับไปยังเกษตรกรชาวสวนปาล์มที่จะสามารถขายทะลายปาล์มทิ้งเปล่าได้ในราคาที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว ถือเป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง” ผศ.ดร.ลิตวดี กล่าวย้ำ

สำหรับโครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับการร่วมลงทุนจากภาคเอกชนคือ บริษัท ทักษิณปาล์ม (2521) จำกัด  ซึ่งก้าวต่อไปจะมีการติดตั้งและเดินเครื่องโรงงานสาธิตต้นแบบขนาด 100 ลิตร ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยหากประสบความสำเร็จจะมีการขยายกำลังการผลิตสู่ระดับ 1,000 ลิตรต่อไป