วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดสงขลา เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเชิงรุก ณ สนามกีฬาเนินขุมทอง ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อให้บริการด้านวิชาการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรแก่เกษตรกร อันเป็นการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง พร้อมทั้งสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดงาน
โอกาสนี้ นายประถม มุสิกรักษ์ เกษตรจังหวัดสงขลา นางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา นางสุรียพรรณ ณ สงขลา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตลอดจนผู้แทนนายอำเภอหาดใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ เกษตรอำเภอ และเกษตรกรในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงานมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ และการให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 20 คลินิก ได้แก่ คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกส่งเสริมการเกษตร คลินิกการยาง คลินิกหม่อนไหม คลินิกปฏิรูปที่ดิน คลินิกเกษตรและสหกรณ์ คลินิกเศรษฐกิจการเกษตร คลินิกบริการวิชาการ คลินิกการคลัง คลินิกกองส่งเสริมการเกษตร และคลินิกสาธารณสุข
นอกจากนี้ ยังมีการจัดอบรมระยะสั้นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรที่สำคัญในพื้นที่ อาทิ หลักสูตรการฟื้นฟูพืชหลังน้ำท่วม การจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมืองควนลัง ภาคเอกชน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ มีเกษตรกรเข้ารับบริการไม่น้อยกว่า 200 คน
นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รวมระยะเวลากว่า 60 ปี ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดยในปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร การต่อยอดองค์ความรู้และการเรียนรู้เทคโนโลยีด้านการเกษตรจึงมีความจำเป็น เพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ การเปิดบูธให้คำปรึกษาด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นด้านดิน ปุ๋ย หรือการนำพืชวัชพืชมาใช้ประโยชน์กับสัตว์น้ำ ล้วนเป็นกิจกรรมที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกจังหวัดได้ขับเคลื่อนมาโดยตลอด
