นิสิตพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ นำความรู้สู่การปฏิบัติจริง ลงพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพให้เด็กปฐมวัย ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านป่าพะยอม อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ภายใต้รายวิชา “ปฏิบัติการพยาบาลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ” เชื่อมโยงห้องเรียนสู่ชุมชน พัฒนาทักษะการทำงานในอนาคต
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยให้นิสิตพยาบาลศาสตร์ ออกปฏิบัติงานจริงในชุมชน ภายใต้แนวคิด “Living Lab” หรือห้องปฏิบัติการพยาบาลสู่ชุมชน เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงและพัฒนาทักษะการทำงานอย่างครบวงจร
นิสิตดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของเด็กปฐมวัย โดยเริ่มตั้งแต่การประเมินภาวะสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ประเด็นปัญหาสุขภาพ จนถึงการออกแบบและจัดกิจกรรมที่เหมาะสมตามช่วงวัย สะท้อนกระบวนการทำงานจริงของพยาบาลวิชาชีพ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 นิสิตได้นำเสนอ 2 โครงการหลักสำหรับเด็กปฐมวัย ได้แก่
1. โครงการ “ชวนหนูเล่นไม่เน้นจอ” ออกแบบกิจกรรมเพื่อลดพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากเกินไปในเด็กเล็ก ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ การเล่นโดยใช้สื่อทำมือ และกิจกรรมกลุ่มที่ส่งเสริมพัฒนาการ
2. โครงการประเมินการรับประทานอาหารของเด็ก สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสม ให้เด็กสามารถแยกแยะประเภทอาหารที่มีประโยชน์และควรหลีกเลี่ยง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่ดีตั้งแต่เยาว์วัย
นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่น ๆ ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพื่อให้นิสิตได้ฝึกปฏิบัติงานครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ
อาจารย์สมฤดี พูนทอง อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรกลุ่มวิชาการพยาบาลชุมชน กล่าวว่า “การลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงช่วยให้นิสิตพัฒนาทักษะที่สำคัญหลายด้าน ทั้งทักษะการประเมินปัญหาสุขภาพในบริบทจริง ทักษะการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย และทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว นิสิตจะได้เห็นว่าทฤษฎีที่เรียนมาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และเข้าใจบทบาทของพยาบาลชุมชนที่ต้องทำงานร่วมกับประชาชนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความมั่นใจและความพร้อมในการปฏิบัติงานจริงหลังสำเร็จการศึกษาอีกด้วย”
การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบนี้ช่วยให้นิสิตได้รับประสบการณ์ตรงจากสถานการณ์จริง เรียนรู้การทำงานร่วมกับชุมชน พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา และสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่พยาบาลวิชาชีพในอนาคต ขณะเดียวกันยังเป็นการบริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคม สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยทักษิณในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม
