รอบรั้วเมืองใต้ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น
เหตุบ้านการเมือง ณ วันนี้คือเรื่องของการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ที่ทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่าง ให้ความสนใจ ในประเทศนั้น นักลงทุน และนักธุรกิจ ต่างจับตา และเกาะติด การเลือกตั้ง ครั้งนี้ เพราะรัฐบาล จะมาเป็นผู้นำประเทศ มีความสำคัญในการนำพาประเทศ เพื่อการฟื้นเศรษฐกิจที่รัฐบาล ที่ผ่านมา ทั้งรัฐบาล ของเศรษฐา ทวีสิน และของแพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้แก้ปัญหา เศรษฐกิจ ของประเทศแต่อย่างใด ส่วนรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ที่มี อนุทิน ชาญวีรกุล ได้ส้มหล่น จากพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคประชาชน จนได้เป็นนายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ เพียง 2 เดือนกว่า และทำการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งที่กำลัง ดำเนินการ หาเสียง จากทุกพรรคการเมืองในขณะนี้
แต่อานิสงส์ ของการเข้ามาเป็น นายกรัฐมนตรี เพียง 2 เดือนกว่าๆของพรรคภูมิใจไทย คือการผลักดัน โครงการคนละครึ่ง ที่ทำให้เศรษฐกิจ มีการกระเตื้องขึ้น แม้จะไม่มากพอ แต่ก็สร้างความพึงพอใจ ให้กับประชาชน และที่กลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย คือการไฟเขียว ให้กองทัพทำการตีตะลุย กับกำลังทหารของกองทัพกัมพูชา จนทหารไทย สามารถยึดคืน แผ่นดินไทย ที่ทหารและประชาชนกัมพูชา เข้ามาครอบครอง ได้ ทั้งหมด จนกลายเป็นกระแส ให้ประชาชน เห็นถึงผลงาน ของภูมิใจไทย ที่ส่งผล ต่อการเลือกตั้ง ที่ทำให้กูรูทางการเมือง เชื่อว่า ผลการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคภูใจไทยจะมีคะแนนเสรียง มาเป็นอันดับ 1 โดยการเบียด พรรคประชาชน ให้มาเป็นพรรคอันดับ 2 และจะเป็นแกนนำ ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยอนุทิน ชาญวีรกุลจะรีเทิร์นกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี อีกคำรบหนึ่ง
สำหรับต่างประเทศ ที่จับตามอง การเลือกตั้ง ของประเทศไทย ในวันนี้ เพราะประเทศไทย เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ประเทศมหาอำนาจ อย่างพญาอินทรี หรือสหรัฐอเมริกา และพญามังกร หรือ จีนแผ่นดินใหญ่ ต่างต้องให้ความสำคัญ กับประเทศไทย ดังนั้นการเลือกตั้ง ของประเทศไทย ที่กำลังจะมีขึ้น มหาอำนาจ ทั้งสองประเทศ จึงให้ความสำคัญ
แต่หลังการเลือกตั้ง พรรครวมรัฐบาล จะมีกี่พรรคการเมือง และจะเป็นพรรคไหนบ้าง ณ วันนี้ กูรูทางการเมือง อย่างเพิ่งฟันธง เพราะสุดท้ายแล้วต้องดูตัวเลข ของแต่ละพรรคการเมือง ในการได้สส.
อย่างที่กูรูทางการเมือง เคย เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนสามพรรค ที่ต้องจับมือกันเป็นรัฐบาล คือ ภูมิใจไทย,เพื่อไทยและกล้าธรรม เป็นตัวยืน โดยจะมีพรรคต่ำสิบเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้ำ แต่จากการประเมิน การหาเสียง ในสัปดาห์สุดท้าย ก่อนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กระแสของประชาธิปัตย์ ที่มีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค มาแรง มีโอกาสที่จะแซงผ่าน พรรคที่คาดว่าจะมาเป็นอันดับ 4 อย่างกล้าธรรม ซึ่งหากกระแสของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถทำให้สส.ของประชาธิปัตย์ นำกล้าธรรม การจัดตั้งรัฐบาล ครั้งหน้าอาจจะเป็น ภูมิใจไทยเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ โดยมีกล้าธรรม ไปอยู่ในกลุ่มของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เพราะถ้าพรรคแกนนำไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคไหน หากเอาพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ก็ต้องตัดประชาธิปัตย์ ทิ้ง เพราะอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศชัดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ถ้าประชาธิปัตย์ มีคะแนนนำ มากกว่าพรรคกล้าธรรม พรรคที่เป็นแกนนำ ในการจัดตั้งรัฐบาลก็ต้องคิดหนัก ว่าจะให้ประชาธิปัตย์ ไปเป็นฝ่ายค้าน หรือจะให้มาร่วมรัฐบาล แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ต้องดูการตัดสินใจของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าต้องการที่จะร่วมรัฐบาล ที่อาจจะมีอายุไม่ยาว หรือต้องการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน โดยการเป็นพรรคฝ่ายค้าน ที่มีคุณภาพ ในการตรวจสอบรัฐบาล เพื่อสร้างผลงาน ในพรรคได้เติบโต มากกว่าที่เป็นอยู่
สำหรับข่าวสาร ที่มีการคาดการ ว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะจะมีการสู้รบระหว่าง กองทัพไทยกับกองทัพกัมพูชา เกิดขึ้นอีกครั้ง คงจะไม่เกิดขึ้น จนกว่าจะมีการตั้งรัฐบาลใหม่ เป็นที่เรียบร้อย ปัญหาของไทย-กัมพูชา จึงจะมีการนำขึ้นโต๊ะ เพื่อการเจรจา ในเรื่องของเขตแดน และในเรื่องของการเปิดพรรคแดน ส่วนในระหว่างการหาเสียง เพื่อการเลือกตั้ง การสู้รบ ระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด เพราะพญามังกรจีน ได้มีปกาศิต ให้ผู้นำกัมพูชา หยุดการรุกรานประเทศไทยอย่างเด็ดขาด เชื่อ เถอะ สองพ่อลูกตระกูลฮุน อาจจะฉะปะดะ กับ ใครต่อใคร แต่กับผู้นำจีน ทั้งฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ไม่ว่าหือ เพราะไม่ต่างกับงูเหลือมแพ้เชือกกล้วย ดังนั่นอย่าวิตกจริต กล้าเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีแน่นอนฟันธง
ทั้งหมดคือเรื่องการเมือง ส่วนเรื่องของการบ้าน แม้จะเป็นรัฐบาลที่รักษาการ แต่ รัฐบาล ก็ต้องทำหน้าที่แก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย อย่างเต็มที่ ล่าสุดเรื่องการที่เอกชนยังไม่กลัวกฎหมาย ยังเห็นถึงรายได้ มากกว่าความมั่นคงของประเทศ มีการแอบส่งสัญญาณอินเตอร์เนต จากฝั่งไทยขายให้กับนายทุน ฝั่งกัมพูชา ซึ่งอาจจะนำไปใช้ในเรื่องสแกรมเมอร์ เพื่อหลอกลวงเหยื่อ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรื่องนี้ รัฐบาล ต้อง ดำเนินการเอาผิด กับค่ายมือถือ ที่เป็นเจ้าของสัญญาณ และเอาผิดกับตัวแทนของค่ายมือถือ ที่เป็นผู้ดำเนินการ ให้ถึงที่สุด เรื่องนี้ต้องใช้กฎหมาย ของความมั่นคง มาบังคับใช้ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกสทช. วันนี้ท่านตื่นหรือยัง ในการตรวจสอบ บริษัทมือถือ ต่างๆ ว่า ได้ทำตามกฎกติกาของกฎหมาย และกฎระเบียบ ต่างๆ หรือไม่ถ้าทำแล้ว ทำไม่ถึง จะมีรูรั่ว และช่องโหว่ เกิดขึ้นแบบไม่หยุดหย่อน รัฐบาลต้องตรวจสอบด้วยว่ากสทช. วันนี้มีคุณภาพ แค่ไหน และถึงเวลาที่จะต้องสังคายนา หน่วยงานของกสทช. แล้วยัง
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
