วันที่ 14 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนเป็นจำนวนมาก ถึงความเดือดร้อน จากการขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากปั๊มน้ำมันมีน้ำมันไม่เพียงพอ มีการขายเพียงครึ่งวัน ก็มีการปิดปั๊มเพราะน้ำมันหมด
เมื่อสอบถามเจ้าของปั๊มหลายปั๊ม ต่างให้คำตอบที่เหมือนกันคือ บริษัทแม่ มีการจำกัดโควตาในการส่งน้ำมัน เช่น ปั๊มเคยขายน้ำมันวันละ 16,000 ลิตร คลังน้ำมันที่เป็นคลังร่วมจะจ่ายน้ำมันให้ปั๊มแค่ 9,000 ลิตร ทั้งดีเซล แก๊สโซฮอล์ 91-95 ทำให้น้ำมันไม่พอขาย เมื่อขายหมดต้องปิดปั๊มทันที เพราะมีลูกค้ารอใช้บริการอยู่จำนวนมาก วันนี้ทุกปั๊มจึงเดือดร้อนไม่ต่างกัน
ผู้สื่อข่าวพบว่ามีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ที่วิ่งระหว่าง จ.สงขลา กับ มาเลเซีย -สิงคโปร์ จำนวนมาก ที่ต้องมารอเติมน้ำมันที่หน้าปั๊ม เพราะที่บริษัทของตนเองไม่มีน้ำมัน เนื่องจาก ผู้ประกอบการสถานีน้ำมันไม่ยอมขายบัญชีค้าส่งให้กับเจ้าของกิจการ โดยอ้างว่าต้องสงวนน้ำมันไว้ให้ ประชาชน ส่วนบริษัทผู้ค้าน้ำมันต่างชาติ มีการขายบัญชีค้าส่งให้บ้างบางวัน แต่จำหน่ายในราคาสูง
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวว่า โดยข้อเท็จจริง น้ำมันต้องไม่ขาดแคลนใน 90 วัน เพราะน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบของโรงกลั่นทั้ง 6 โรง มีการสต๊อกน้ำมันที่นำเข้ามาก่อนการเกิดสงคราม และน้ำมันในส่วนที่นำเข้ามาก่อนการเกิดสงครามไม่ต้องขึ้นราคา เพราะไม่มีผลกระทบกับต้นทุน แต่รัฐบาลปล่อยให้โรงกลั่นขึ้นราคาโดยอ้างภาวะสงคราม
และการขาดแคลนน้ำมัน รวมทั้งน้ำมันมีราคาแพงในครั้งนี้ ทำให้ สินค้าขยับขึ้นทุกชนิด ไม่ใช้เฉพาะปุ๋ยเคมีที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยพ่อค้าแม่ค้าอ้างว่า สินค้าทุกอย่างแพงขึ้นเพราะต้นทุนจาก ค่าขนส่ง ที่นำมันมีราคาแพง ในขณะที่อาหารทะเลทุกชนิดปรับราคาเพราะน้ำมันแพง และขาดแคลน ทำให้เรือประมงออกทะเลเพื่อไปทำประมงไม่ได้
ปรีชา สถิตเรืองศักดิ์
